หน้าแรก › บทความ › ระบบจัดการอพาร์ทเม้นท์ หลายสาขา

ระบบจัดการอพาร์ทเม้นท์: สิ่งที่อพาร์ทเม้นท์ 30 ห้องขึ้นไปต้องการ แต่โปรแกรมหอพักทั่วไปไม่มี

พออพาร์ทเม้นท์โตขึ้น ปัญหาไม่ใช่การทำบิล แต่คือคน สาขา และภาษี

อัปเดตล่าสุด 4 พฤศจิกายน 2569 · อ่านประมาณ 6 นาที

อพาร์ทเม้นท์ขนาด 30–100 ห้องขึ้นไป มักเริ่มจากโปรแกรมหอพักธรรมดาแล้วพบว่าไม่พอ เพราะปัญหาเปลี่ยนไป จากการทำบิลให้ถูก กลายเป็นการให้พนักงานหลายคนทำงานในระบบเดียวโดยไม่ชนกัน ดูหลายสาขาจากที่เดียว และออกเอกสารที่นักบัญชีกับผู้เช่าบริษัทต้องการ

สรุปสั้น ๆ
  • อพาร์ทเม้นท์ต้องการสิทธิ์พนักงานแยกเป็นรายงาน ไม่ใช่รหัสผ่านเดียวใช้ร่วมกัน
  • หลายสาขาต้องอยู่ในบัญชีเดียว แต่ข้อมูลแยกกัน
  • ใบกำกับภาษี ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และรายงาน Excel เป็นของจำเป็น ไม่ใช่ของแถม

1. พนักงานหลายคน ทำงานในระบบเดียว

อพาร์ทเม้นท์มักมีคนจดมิเตอร์ คนรับเงินหน้าเคาน์เตอร์ ช่าง และแม่บ้าน ถ้าทุกคนใช้รหัสผ่านเดียวกัน คุณจะไม่รู้ว่าใครแก้อะไร ระบบจัดการอพาร์ทเม้นท์ที่ดีต้องให้แต่ละคนมีบัญชีของตัวเอง และเจ้าของกำหนดได้ว่าใครทำอะไรได้ เช่น ช่างเห็นเฉพาะงานซ่อม แม่บ้านเห็นเฉพาะงานทำความสะอาด พนักงานหน้าเคาน์เตอร์รับเงินได้แต่ส่งบิลไม่ได้

ใน RentFlowTH เชิญพนักงานด้วยอีเมล ตั้งสิทธิ์เป็นรายเมนู และดูได้ว่าใครจดมิเตอร์หรือรับเงินเมื่อไหร่ อ่านวิธีแบ่งงานได้ในระบบบริหารหอพัก: แบ่งงานให้พนักงาน

2. หลายสาขาในบัญชีเดียว

เจ้าของอพาร์ทเม้นท์หลายแห่งมักมีสาขาที่สองในทำเลใกล้กัน สิ่งที่ต้องการคือเปิดแอปแล้วเห็นได้ทันทีว่าสาขาไหนค้างชำระกี่ห้อง มีแจ้งซ่อมค้างไหม แล้วสลับเข้าไปจัดการได้โดยไม่ต้องออกจากระบบ ขณะเดียวกัน ผู้เช่าและบิลของแต่ละสาขาต้องไม่ปนกัน และตั้งค่า LINE OA แยกแต่ละสาขาได้

3. ผู้เช่าที่เป็นบริษัท

อพาร์ทเม้นท์ใกล้นิคมหรือออฟฟิศ มักมีบริษัทเช่าห้องให้พนักงาน บริษัทเหล่านี้ต้องการใบเสร็จในนามบริษัท และบางรายหักภาษี ณ ที่จ่ายก่อนโอน ระบบต้องรองรับ 2 อย่างนี้ ไม่อย่างนั้นคุณจะต้องทำเอกสารแยกใน Excel ทุกเดือน

4. ใบกำกับภาษีและรายงานภาษี

อพาร์ทเม้นท์ที่รายได้ถึงเกณฑ์จด VAT ต้องออกใบกำกับภาษีและทำรายงานภาษีขายทุกเดือน ระบบจัดการอพาร์ทเม้นท์ควรออกให้จากบิลโดยตรง ไม่ต้องพิมพ์ซ้ำ RentFlowTH มีส่วนตั้งค่าภาษี ใบกำกับภาษี รายงานภาษีขาย และรายงานภาษีหัก ณ ที่จ่ายในตัว

ข้อสังเกต: หอที่จด VAT ใน RentFlowTH จะไม่รองรับการรับชำระบางส่วน เพื่อให้ใบกำกับภาษีตรงกับยอดบิลเสมอ

5. รายงานที่นักบัญชีขอ

สิ้นเดือนนักบัญชีต้องการรายรับแยกประเภท (ค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าบริการอื่น) รายจ่าย และยอดค้าง ระบบควรดาวน์โหลดเป็นไฟล์ Excel ได้ทันที และดูเป็นกราฟรายเดือนเพื่อเทียบกับเดือนก่อนได้

6. ห้องรายวันและการจอง

อพาร์ทเม้นท์หลายแห่งมีชั้นที่ปล่อยรายวัน งานจอง เช็กอิน เช็กเอาต์ และทำความสะอาด ควรอยู่ในระบบเดียวกับห้องรายเดือน เพื่อให้รายได้รวมอยู่ในรายงานเดียว

เช็กลิสต์สำหรับอพาร์ทเม้นท์

  1. พนักงานมีบัญชีแยก ตั้งสิทธิ์รายเมนูได้
  2. หลายสาขาในบัญชีเดียว ต่ออายุแยกกันได้
  3. ออกใบเสร็จในนามบริษัท และรองรับภาษีหัก ณ ที่จ่าย
  4. ออกใบกำกับภาษี และรายงานภาษีขาย
  5. ดาวน์โหลดรายงาน Excel
  6. มีห้องรายวันได้ในระบบเดียวกัน
  7. ผู้เช่ามีแอปของตัวเอง หรือใช้ LINE ได้

RentFlowTH ตอบได้ครบทั้ง 7 ข้อ และคิดราคาต่อสาขาตั้งแต่ 350 บาทต่อ 30 วัน ลองใช้ฟรี 60 วันกับสาขาแรกก่อน แล้วค่อยเพิ่มสาขาถัดไป ดูวิธีใช้งานทีละขั้นได้เลย

คำถามที่พบบ่อย

อพาร์ทเม้นท์จด VAT ออกใบกำกับภาษีจากระบบได้ไหม

ได้ ใน RentFlowTH หอที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตั้งค่าเลขผู้เสียภาษีแล้วออกใบกำกับภาษีได้ พร้อมรายงานภาษีขาย และถ้าผู้เช่าเป็นบริษัทที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ระบบมีรายงานภาษีหัก ณ ที่จ่ายให้ด้วย

มีอพาร์ทเม้นท์ 3 สาขา ต้องซื้อ 3 แพ็กเกจไหม

ใช่ แพ็กเกจคิดต่อสาขา แต่ใช้บัญชีเดียวดูแลทั้งหมด สลับสาขาได้ในแอป และแต่ละสาขาต่ออายุแยกกันได้ ไม่ต้องหมดพร้อมกัน

มีห้องรายวันปนกับรายเดือน ใช้ระบบเดียวกันได้ไหม

ได้ RentFlowTH มีส่วนรับจองห้องรายวัน เช็กอิน เช็กเอาต์ และมอบหมายงานทำความสะอาด อยู่ในบัญชีเดียวกับห้องรายเดือน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ลองใช้ RentFlowTH กับหอของคุณ

ทดลองใช้ฟรี 60 วัน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต ใช้ได้ทุกฟีเจอร์ตั้งแต่วันแรก มีแอปทั้งเจ้าของหอและผู้เช่า